แรบบิทแคร์ อาหารฟื้นฟูสำหรับกระต่ายและสัตว์กินพืชป่วย

เนื้อหาในนี้มีวิชาการ ยิ่งอ่านยิ่งทำให้ฉลาดมากขึ้น

RABBIT CARE® 

                เป็นความล้ำหน้าด้านอาหารฟื้นฟูกระต่ายและสัตว์กินพืช เราก้าวข้ามและเป็นอิสระด้านวิชาการ ด้วยเหตุผลจากการวิจัย ความเข้าใจ และการลงมือทำให้เป็นที่ประจักษ์ คุณมีเหตุผลมากพอที่จะลองมัน วางความเชื่อเดิมๆแล้วเป็นอิสระจากความจำนั้น

                คุณรู้จักแรบบิทแคร์กันแล้วหรือยัง อาหารชนิดนี้ใช้ศาสตร์ของโภชนาการในสัตว์กินพืชมากที่สุด และผสมผสานการนำสารเสริมที่แตกต่างกัน ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นกว่าที่เคย



ความเหนือระดับ ในอาหารกระต่ายชนิดนี้ คืออะไร......

แรบบิทแคร์ คือ อาหารฟื้นฟูกระต่ายที่มีคุณสมบัติที่ดีกว่า 
มีทั้งหมด 3 สูตร ได้แก่

สูตรที่ 1 สำหรับกระต่ายที่เกิดภาวะลำไส้อืด ช่วยฟื้นฟูพลังงาน และช่วยกระตุ้นการทำงานทางเดินอาหาร ป้องกันภาวะลำไส้อืดและเสียสมดุลจุลชีพ

สูตรที่ 2 สำหรับลูกกระต่ายตั้งแต่อายุ 3 สัปดาห์จนถึง 4 เดือน ที่เกิดปัญหาลำไส้อักเสบได้ง่ายจากเชื้อโรคและความผิดปกติของอาหาร ช่วยฟื้นฟูพลังงาน ช่วยป้องกันการติดเชื้อที่ก่อให้เกิดลำไส้อักเสบ และทำให้เกิดสมดุลของจุลชีพในทางเดินอาหาร กระตุ้นการเจริญเติบโตได้ดีในลูกสัตว์ และช่วยต้านเชื้อไวรัส แบคทีเรีย โปรโตซัว และเชื้อราในภาวะปกติและมีความเสี่ยง

สูตรที่ 3 สำหรับกระต่ายทั่วไปที่มีปัญหาสุขภาพ เกิดความเจ็บป่วยเรื้อรังจากหลายระบบ ช่วยฟื้นฟูพลังงาน ฟื้นฟูสุขภาพ บำรุงตับ ต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นความอยากอาหาร ช่วยให้เจริญเติบโตดีกว่าปกติ

ขยายความโดดเด่นของแต่ละสูตร 
แต่ละสูตรมีความเหมือนและแต
กต่างกันอย่างไร....

อาหารกระต่ายทั้งสามรูปแบบ เน้นหลักการโภชนาศาสตร์ของสัตว์กินพืชเป็นสำคัญ ได้แก่ การมีระดับของเยื่อใยอาหารที่สูงกว่าร้อยละ 20 แต่การศึกษาของ RANDOLPH ทำให้เราเข้าใจและพบว่าการเลือกสัดส่วนที่เหมาะสมของเยื่อใยอาหารทั้งชนิดย่อยได้และย่อยไม่ได้ มีความสำคัญมากกว่าการดูที่ระดับของเยื่อใยอาหารแต่เพียงอย่างเดียว จึงทำให้เกิดการขับถ่ายอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะเป็นอาหารชนิดบดเป็นผงละเอียด ซึ่งปกติอาหารชนิดอื่นที่บดเป็นผงละเอียดจะมีผลต่อลักษณะของมูลที่มีขนาดแตกต่างกัน แต่แรบบิทแคร์แก้ไขปัญหาด้วยการมีเยื่อใยอาหารที่เหมาะสมกว่า จึงเหมาะในการใช้ฟื้นฟูกระต่ายและสัตว์กินพืชที่พบภาวะลำไส้อืด และเกิดการเบื่ออาหาร เยื่อใยชนิดย่อยไม่ได้ ได้แก่ เซลลูโลส และลิกนินที่มีอยู่อย่างเพียงพอ จะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของทางเดินอาหารให้กลับสู่ภาวะปกติ ขณะที่เยื่อใยที่ย่อยได้ ได้แก่ เพกติน และเฮมิเซลลูโลส จะช่วยเริ่มเข้าสู่กระบวนการหมักอาหารใหม่ เพื่อให้สัตว์ได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ หัวใจที่สำคัญคือสัดส่วนของเยื่อใยอาหารทั้งสองรูปแบบต้องเหมาะสม นอกเหนือจากนั้น อาหารทุกสูตรยังเสริมด้วยโปรไบโอติกส์หรือจุลชีพที่เป็นประโยชน์ และพรีไบโอติกส์ เพียงแค่นี้ก็นับว่าเป็นอาหารชั้นยอดแล้วสำหรับอาหารกระต่ายที่พบเห็นในปัจจุบัน แต่ไม่ใช่แต่เพียงเท่านั้น มารู้จักแรบบิทแคร์แต่ละสูตรกันเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพของสัตว์เลี้ยง

อาหารสูตรที่ 1 GI original เป็นสูตรมาตรฐาน ที่เน้นการให้เยื่อใยที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้จากภาวะเคลื่อนตัวช้า จึงช่วยเพิ่มการขับถ่าย ลดแก๊สในทางเดินอาหาร ทำให้ลดอาการเจ็บปวดช่องท้องได้ และให้พลังงานทดแทนเพียงพอ

อาหารสูตรที่ 2 Monoglyceride plus ต้านเชื้อรุนแรงในกระต่ายเด็ก ทำการเพิ่มกรดไขมันที่เกิดพันธะโควาเลนท์กับกลีเซอรอลที่ตำแหน่งที่ 1 (เท่านั้นจึงจะดี) เป็น monoglyceride ซึ่งมีความเสถียรและคงตัวมากกว่า จึงมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อโรคสูงกว่ากรดไขมันธรรมดาถึง 7-100 เท่า (ขึ้นกับแต่ละชนิด) หากเกิดพันธะที่ตำแหน่งอื่นจะช่วยในเรื่องให้พลังงานแต่ไม่ต้านเชื้อโรค จึงเป็นคุณลักษณะพิเศษของ monoglyceride ชนิดนี้ มีความคงตัวในระดับกรด-ด่างที่แตกต่างกัน จึงออกฤทธิ์ได้ดีตลอดทางเดินอาหาร และสามารถกระจายไปตามกระแสเลือด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ การพบ monoglyceride หรือ monolaurin ในกรดไขมันหลักในน้ำมันมะพร้าวหรือ lauric acid มีฤทธิ์ต้านเชื้อได้กว้างขวาง ทั้งไวรัส แบคทีเรีย โปรโตซัว และรา และ monolaurin นี้ยังพบในน้ำนมมนุษย์ ทั้งน้ำมันมะพร้าวและน้ำนมนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่ามีประโยชน์มากในทางการแพทย์ และสารที่ได้ monolaurin คือสารที่ซ่อนอยู่ ใช้ในเครื่องสำอาง ถนอมอาหาร ใช้ในทางการแพทย์ และกลายเป็นยาต้านจุลชีพที่ปลอดภัย โดยไปทำให้เยื่อหุ้มเซลล์อ่อนลง ทำลายความคงตัวของผนังเซลล์ และเปลือกหุ้มไวรัส มีประสิทธิภาพต่อต้านทั้ง RNA และ DNA enveloped ของไวรัส 14 ชนิดในคน ซึ่งรวมทั้งโรคที่สำคัญ ได้แก่ Influenza, RSV, Newcastle, Corona virus, Herpes, simplex types 1 and 2, cytomegalovirus(CMV), Measles (Rubeola) virus, HIV, Vesicular stomatitis virus (VSV), Visna virus, Pneumovirus และ Syncytial virus เป็นต้น ได้ผลดีกับแบคทีเรียหลายชนิดที่ทำการศึกษา ตัวอย่างเชื้อแบคทีเรียก่อโรคที่สำคัญ ได้แก่ Listeria, Streptococcus Gr. A, B, F and G, Staphylococcus aureus, Clostridium, Gonorrhea, Chlamydia, Helicobacter, Salmonella และ Vibrio และพบว่าเชื้อจำนวนไม่น้อยสัมพันธ์กับการพบก่อโรคในสัตว์ รวมทั้งกระต่ายที่เกิดภาวะเสียสมดุลจุลชีพ ยังได้ผลดีกับเชื้อราก่อโรครุนแรง เช่น Aspergillus niger, Penicillium citrinum, Candida utilis และ C. albicans เป็นต้น ยกตัวอย่างอีกตัวหนึ่งในกลุ่ม Fra C line ซึ่งใช้ผสมในแรบบิทแคร์ของแรนดอล์ฟอีกชนิดหนึ่ง ได้แก่ monobutyrin พบว่าสามารถขจัดเชื้อ Salmonella typhimurium ในตับและทางเดินอาหารและลดอัตราการตายได้อย่างชัดเจน และยังได้ผลดีกับเชื้อ Salmonella spp. หลายชนิด และเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ในอาหารกลุ่มนี้ยังรวมถึง monopropionin และผสมกรดไขมันจำเป็นเอาไว้อีกด้วย 
แรบบิทแคร์สูตรนี้จึงเหมาะมากสำหรับกระต่ายวัยเด็ก หรือมาจากแหล่งที่หนาแน่นเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ช่วยในการฟื้นฟูกระต่ายที่เกิดภาวะเสียสมดุลจุลชีพ (dysbiosis)

อาหารสูตรที่ 3 QBA+PA Plus บำรุงตับ ป้องกันเชื้อโรค และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ทำการเพิ่มสารสกัดจากพืชสมุนไพรที่เรียกว่า Macleaya cordata โดยมีสารออกฤทธิ์เป็น quaternary benzophenantridine และ protopine alkaloids ซึ่งเป็นเอกด้านการบำรุงสุขภาพ ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์ และมีการตีพิมพ์ในวารสารด้านการแพทย์และสมุนไพรจำนวนมากมายทั่วโลก และนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ใกล้ตัวเรา สมุนไพรตัวนี้เป็นที่ยอมรับว่ามีคุณสมบัติหลายประการ การใช้ในสัตว์นั้นมีลักษณะที่โดดเด่น เช่น ทำให้ร่างกายเจริญด้วยสุขภาพที่ดีและเติบโต โดยเพิ่มการดูดซึมอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ จึงพบระดับกรดอะมิโนในเลือดเพิ่มขึ้น และช่วยเพิ่มน้ำหนักได้ในภาวะสัตว์ที่มีน้ำหนักน้อยหรือเจริญผิดปกติ เพิ่มความแข็งแรงของระบบทางเดินอาหาร โดยเพิ่มความแข็งแรงของชั้นเยื่อบุลำไส้ชั้นมิวโคซา และช่วยลดการอักเสบลงอย่างพอเหมาะ ป้องกันการติดเชื้อและพบว่าระดับนิวโทรฟิลจากการอักเสบจากการติดเชื้อจะลดลง ซึ่งได้ผลดีกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะคลอเตตราไซคลิน ช่วยบำรุงตับอย่างได้ผล จากการศึกษาพบว่าป้องกันการเกิด fatty liver syndrome ได้ และช่วยลดระดับค่าตับ glutamate dehydrogenase (GLDH) ในสัตว์ที่พบว่าเป็นโรคตับอย่างชัดเจนใน 30 วัน ในขนาด 450 mg/animal/day ช่วยต้านอนุมูลอิสระโดยพบเอนไซม์ antioxidative เช่น heme oxygenase-1 ในเซลล์มาโครเฟจ ในระดับที่สูงขึ้นกับขนาดที่กิน มีรายงานการวิจัยใช้ต้านเนื้องอกในคนแล้วได้ผล และเชื่อว่าช่วยชะลอความชราอีกทางหนึ่ง สารสกัด quaternary benzophenantridine และ protopine alkaloids จากสมุนไพรพิเศษนี้ จึงถูกนำมาใช้ประสานกับแรบบิทแคร์สูตรดั้งเดิม เพื่อช่วยบำรุงสุขภาพกระต่ายและสัตว์กินพืชที่ป่วยแบบเรื้อรังหรือต้องการการฟื้นตัวตามภาวะปกติ หรือมีค่าตับที่สูงขึ้น และยังช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ ข้อดีในสูตรที่ 3 ยังมีอยู่อีกมาก เช่น ในแม่สัตว์จะช่วยในเรื่องการสร้างน้ำนม และลดการติดเชื้อในน้ำนม ลดระดับ ammonia, valerate และ isovalerate ในกระเพาะหมักลง ขณะที่จะไปเพิ่ม acetate และ propionate และ volatile fatty acids ซึ่งเป็นประโยชน์

เมื่อเกิดภาวะเจ็บป่วย คุณอาจต้องเลือกสูตรใดสูตรหนึ่งได้โดยไม่ต้องลังเลหรือลองปรึกษาสัตวแพทย์เฉพาะทางที่มีความเข้าใจด้านโภชนาการเป็นอย่างดี พวกเขาจะให้คำแนะนำที่ดีกับคุณได้

ไปที่เพจ เพื่อชม

https://www.facebook.com/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%9F-1518619624855086/