ความลับของอาหารไก่ชน

ความลับของอาหารไก่ชน 
“จ้าวพายุ”

 

ใครๆก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารไก่ชนของ แรนดอล์ฟ “จ้าวพายุ” แรงและดุดัน

อะไรคือความลับของอาหารตัวนี้

 

เรื่องที่บางคนอ่านเข้าใจ บางคนอาจไม่เข้าใจแม้ว่าจะอ่านเป็นสิบรอบ เพราะมันคือศาสตร์ด้านสรีรวิทยา และอาจจะธรรมดามากๆสำหรับคนที่เคยเรียนมาแล้ว อ่านเรื่องล้ำๆประเทืองปัญญากัน ถึงกึ๋น!

 

มีบางอย่างที่เราเข้าใจผิดในด้านการพัฒนากล้ามเนื้อในไก่ชน เราเลี้ยงไก่และรู้จักไก่มายาวนาน เลี้ยงกันมาตั้งแต่เด็กแต่เล็ก แต่กลับไม่เข้าใจเรื่องการทำงานของระบบภายในร่างกาย โดยเฉพาะกลไกของกล้ามเนื้อและทำอย่างไรกล้ามเนื้อจึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราพยายามใช้อาหารและยาโด้ปกันมากมาย แต่ใช้ผิดใช้ถูก

 

คนเลี้ยงไก่ที่เน้นแต่การใช้ยาโด้ปนั้น ถือว่ายังไปไม่ถึงดวงดาว ยาโด้ปมีหลายชนิด ทั้งโด้ปเลือด โด้ปสารสร้างเม็ดเลือดแดง โด้ปยาขยัน โด้ปยากระตุ้นประสาท โด้ปยากระตุ้นกำหนัด โด้ปเครื่องดื่มชูกำลัง ปัจจุบันโด้ปโปรตีนสูงๆ นี่ยิ่งไปไม่ถูกทาง เช่น เวย์โปรตีน กรดอะมิโนจำนวนมากที่ใช้ในการเพาะกาย บ้างใช้สารเพิ่มการสร้างกล้ามเนื้อเข้ามาช่วย เช่น ฮอร์โมนเพศชาย และสเตียรอยด์ เป็นต้น

 

ในการใช้ยาโด้ปกลุ่มโปรตีนหรือเครื่องดื่มชูกกำลังจะให้เหตุผลของความไม่เหมาะสมอีกที แต่จะกล่าวถึงการโด้ปพวกยาหรือสารกระตุ้นกันก่อน การใช้สารกระตุ้นให้คึกคักนั้น จะเร่งให้ไก่ออกชนแบบรวดเร็วและรุนแรง ได้ความดุดัน กระปรี้กระเปร่าสมใจเจ้าของ แต่จะกระตุ้นให้เกิดการใช้พลังงานเพียง 2 รูปแบบ คือ ในวินาทีต้นๆ ไก่ชนจะใช้พลังงานแบบฟอสฟาเจน (phosphagen) หรือการเปลี่ยนฟอสฟอครีเอทีนไปเป็นครีเอทีน ทำให้จ่ายหมู่ฟอสฟาริลไปให้ ADP เปลี่ยนไปเป็น ATP ซึ่งจะได้พลังงานอย่างรวดเร็ว พวกนักกีฬาวิ่ง 100 เมตร ที่ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีจะใช้พลังงานรูปแบบนี้ และหากวิ่งต่อไป การใช้กล้ามเนื้อกลุ่มกล้ามเนื้อขาว หรือเรียกว่า Fast Twitch จะเป็นรูปแบบการใช้พลังงานแบบไร้ออกซิเจน ในรูปแบบที่สองนี้ จะเกิดการสะสมกรดแลคติก (lactic acid) เมื่อเกิดการสะสมจะทำให้ร่างกายเกิดความเมื่อยล้าจนถึงเป็นตะคริว แม้ว่าจะให้ยากระตุ้นในครั้งที่สอง ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะร่างกายเกิดการยับยั้งการใช้พลังงานเสียแล้ว ผลเสียยิ่งตามมาในภายหลัง ในไม่กี่วันหลังจากชน ไก่มักจะเสียชีวิตหรือร่างกายฟื้นตัวช้า จากการเสื่อมของกล้ามเนื้อ และมีการผลิตไมโอโกลบินออกมามาก ปกติร่างกายจะขจัดออกไปได้ดี แต่มีมากจะเป็นพิษอย่างรุนแรงและทำให้ไก่ชนตาย นี่เป็นผลเสียจากการใช้สารกระตุ้นแบบไม่เข้าใจ หมายความว่าใช้ได้ถ้าเรียนรู้การใช้ให้ถูกวิธีและได้เปรียบคู่ต่อสู้แน่นอน

 

การจะพัฒนาไก่ให้แกร่ง ปราดเปรียว และอดทนสูงนั้น มีหลักอยู่หลายประการ

 

ประการต้นๆ เช่น ทำอย่างไรจึงจะเกิดการสะสมของกรดแลคติกน้อยลง ได้แก่ การฝึกซ้อมไก่จะช่วยพัฒนาการไหลเวียนเลือดและการหายใจ ทำให้ระดับ lactate threshold สูงขึ้น หรือมีความทนทานกับการสะสมกรดแลคติกมากขึ้น มีการกำจัดภาวะกรดนี้ออกจากร่างกายได้ดี คนทั่วไปมักจะนึกถึงการหายใจเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออก นั่นคือหายใจหอบมากขึ้น การไหลเวียนเลือดดีขึ้นเพื่อถ่ายเทของเสียทั้งในรูปการหายใจและผ่านตับและไต แต่คนน้อยมากที่จะเข้าใจถึงวัฏจักรคอริ (Cori cycle) ที่ช่วยเปลี่ยนแลคเตตนี้กลับไปเป็นกลูโคสและนำไปใช้ได้อีก แสดงว่าเราจะทำอย่างไรให้ระบบการหายใจดี การไหลเวียนเลือดดี การกำจัดของเสียดี และอวัยวะที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสารพิษแบบแลคเตตทำหน้าที่ได้ดี อันนี้ไม่อาจจะกล่าวให้ทราบได้ เพราะเป็นความลับเชิงลึกของอาหาร แต่ผู้ที่รู้จักวัฏจักรนี้คงร้อง “อ๋อ!”

 

ประการต่อมา ทำอย่างไรจึงจะไม่เกิดการสะสมกรดแลคติก ซึ่งมันเป็นไม่ได้ที่จะไม่เกิดการสร้างกรดชนิดนี้ เพียงแต่ว่าไก่จะทนในระดับที่สะสมได้มากแค่ไหน หรือที่จริงเราสามารถเปลี่ยนแปลงให้มันเกิดขึ้นในระดับต่ำตั้งแต่ต้นได้ สิ่งที่ทำได้คือการเพิ่มการไหลเวียนเลือด และการเพิ่มระดับออกซิเจน ไก่ซ้อมดีย่อมได้เปรียบ แต่หัวใจอยู่ที่หลักการหลัก ดังนี้ กลูโคสหรืออาหารที่ได้จากแป้ง คนลี้ยงไก่มักนิยมให้ข้าวเปลือกหรือรำ เพราะมันเป็นพลังงานหลัก เมื่อมันเปลี่ยนเป็นกลูโคสมันจะเข้าสู่กระบวนการไกลโคไลสิส (Glycolysis) จะกลายไปเป็นไพรูเวต เป็นกระบวนการที่ไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic cellular respiration) และเปลี่ยนไปเป็นกรดแลคติกหรือแลคเตตนั่นเอง เราห้ามสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไรกันดี แต่เป็นเพราะไพรูเวตไม่ได้เปลี่ยนไปเป็นกรดแลคติกเท่านั้น แต่ยังถูกแย่งให้เข้าสู่กระบวนการใช้พลังงานแบบใช้ออกซิเจน (aerobic cellular respiration) ในไมโตคอนเดรีย ไพรูเวตซึ่งเป็นสารตั้งต้นเข้าสู่วัฏจักรเครปส์ (Krebs cycle) และอิเลกตรอนทรานสปอร์ต ซึ่งให้พลังงานแบบใช้ออกซิเจนนี้เท่ากับ 36 ATP ซึ่งมากกว่าการใช้กลูโคสไปเป็นไพรูเวตและแลคเตตเฉยๆ ถึง 18 เท่า ถามว่าเราอยากให้ไก่ชนมีพลังงานแบบไหน แบบแรกที่ได้แค่ไม่กี่ ATP หรือได้แบบท่วมท้น คำตอบคือแบบใช้ออกซิเจนหรือแบบที่สอง คนเลี้ยงไก่ที่เป็นชาวบ้านทั่วไปคงไม่ทราบเรื่องนี้แน่ แต่เดี๋ยวนี้คนเลี้ยงไก่เก่งๆทั้งนั้นมีพื้นฐานความรู้กันมากขึ้น ไม่งั้นคงไม่มียาโด้ปหรืออาหารจอมพลังกันมากมายแล้วขายและใช้กันอย่างครึกโครม จะมีสักกี่คนเข้าใจมันจริงๆ

 

ต่อมา เราตั้งใจจะดึงไพรูเวตเข้าสู่กระบวนการสร้างพลังง